มันชักจะมากไปแล้วนะ

posted on 09 Nov 2013 00:22 by cho-run directory Diary
 
ขอบ่นหน่อยเถอะ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว
เราคิดว่า การเมืองไทยกำลังทำให้คนเป็นบ้า
 
 
 
บ้ามากๆที่ทำตัวแรงแล้วยัดความคิดตัวเองใส่หัวคนอื่น
คนที่คิดไม่เหมือน หรือไม่แสดงออก หรือไม่ทำตาม กลายเป็นนอกคอกไปหมด
ที่สำคัญ คนที่ควรจะเป็นแม่พิมพ์ของชาติ กลับมาทำตัวตีกรอบความคิดเด็กเยี่ยงนี้ เราว่ามันไม่ถูกต้องมากๆ 
 
บอกไว้ก่อนว่าเราไม่เข้าข้างสีไหน ไม่มีเสื้อสีไหน เพราะเราว่าก็ไม่ได้มือสะอาดกันหมด
แต่ที่พูดวันนี้ หมายถึงคนคนเดียวเท่านั้น ซึ่งควรเป็นคนที่น่านับถือและกลับทำพฤติกรรมที่มันแย่มากๆ
 
*อาจมีการยกข้อความมา แต่จะไม่บอกที่มาเพื่อไม่ให้รู้ว่าใคร
**เอนทรี่ย์นี้หวังว่าจะไม่โดนอุ้ม เราไม่ได้ใส่สีข้างไหน นี่เป็นเรื่องเฉพาะตัวที่เราเจอมาเท่านั้น และไม่มีการเอ่ยพาดพิงรายตัวถึงใครที่จะเปิดเผยต่อสาธารณะ
 
เรื่องเริ่มจากเรากับเพื่อนอีกสองคนเข้าไปคุยงานกับคุณครูในห้องพักครู 
ทีแรกเพื่อนคุยก่อน สองคนนั่งที่โต๊ะครู ส่วนเรานั่งรอที่โต๊ะกลางห้อง และแล้ว... ครูคนที่เป็นเรื่องก็เข้ามา
 
เราก็พูดชื่อครูแล้วสวัสดีตามปกติ แต่ครูไม่สนใจเท่าไหร่ เมินๆ (ทีแรกไม่คิดอะไร แต่พอเจอนิสัยต่อๆไป เราไม่ชอบ)
 
เพื่อนก็คุยงานไป ครูก็ชวนครูที่เพื่อนปรึกษางานอยู่คุย ไปๆมาๆ ก็ลากเข้าเรื่องการเมือง
ถามว่า "นี่แล้วพวกนี้ได้ไปเดินขบวนกันหรือเปล่า"
 
เอาแล้วไง... เรากับเพื่อนๆไม่คุยเรื่องการเมืองกันซะด้วย เพราะถ้าเห็นต่างกัน คุยกันไปก็มีแต่ปัญหา สู้ทุกคนเคารพความคิดกันแล้วไม่พูดกันเรื่องนี้ในกลุ่มให้แตกดีกว่า เพราะแม่เพื่อนเราหนึ่งในสองคนนั้นใส่เสื้อสี แล้วลุงที่เป็นญาติเราก็ใส่เสื้อสี จัดมาก ถึงขนาดกินข้าวร่วมโต๊ะเดียวกับลูกที่บ้านไม่ได้มาแล้วช่วงนึง
 
เรานั่งโต๊ะกลาง ไกล แล้วก็ไม่อยากตอบเลยเงียบๆ 
เพื่อนคนหนึ่ง คุยงานอยู่ 
อีกคนที่ไปนั่งฟังงานด้วยเลยตอบไปว่า เรื่องนี้หนูขอไม่ยุ่งเกี่ยวค่ะ  ...แค่นั้นแหละ
 
ครูก็โวยวายขึ้นมาเลย หลายอย่างมาก แต่เราจำไม่ไม่หมด
ทำนองว่า อะไร!! ไม่ได้นะ! ต้องไปสิ ต้องมีจุดยืน ไม่ยุ่งไม่ทำแบบนี้ไม่ได้!!! บลาๆๆๆ เยอะ เยอะ 
 
ก็คิดว่าจะจบแค่ในห้องแล้วนะ เพราะก็พูดต่อหน้าเรากันไปแล้ว
 
 
แต่!!!!
 
 
มันไม่จบแค่นั้นค่ะ 
 
 
พอเรากลับมาบ้าน จัดการอะไรๆเสร็จ เปิดคอมพ์ เข้าเฟซ ก็เจอข้อความนั้นเลย
จริงๆมี 2 อัน อันแรกสั้นๆ ประมาณว่า มันน่าหงุดหงิดไหมเนี่ย ออกแนวไม่พอใจ แต่อันต่อมาที่เราเกลียดมากๆนี่สิ ยาววว
 
/ก๊อปข้อความแปะ ไม่บอกที่มานะคะ/
 
ครูเชื่อว่าเด็กวรรณกรรมส่วนใหญ่รู้จักผลงานของ Studio Ghibli เกือบทุกเรื่องบอกเล่าถึงการต่อสู้เพื่อความดีงามถูกต้อง ไม่ใช่เพื่อตัวเองแต่เพื่อส่วนรวม ปฏิรูปสังคมเก่าให้ดีขึ้น น่าอยู่ขึ้น คนคิดร้ายทำสิ่งผิดย่อมจมจ่อมอยู่ในโลกแห่งความผิดบาป ยากจะตระหนักรู้สำนึก anime ยังสอนใจมนุษย์และแสดงให้เห็นว่าพวกเขา ต่อต้านการทำสงครามทุกรูปแบบและสิ่งที่ไม่เคยพลาดคือสอนให้มนุษย์รู้จักนอบน้อมต่อธรรมชาติ 

แต่บ่ายนี้มีบางคำพูดที่ทำให้ครูรู้สึกเสียใจ เมื่อถามถึงเรื่องที่กลุ่มคนออกมาคัดค้านกฎหมายนิรโทษกรรมและการมีส่วนร่วมของนิสิต นักศึกษา เด็กเอก---คนหนึ่งตอบว่า "เรื่องนี้หนูขอไม่ยุ่งเกี่ยว"

เล่นเอาครูถึงกับอึ้งไป 5 วินาทีนั้น ทำให้ครูนึกย้อนกลับไปถามตัวเองว่า นี่ฉันพลาดอะไรไป ฉันลืมให้ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีกับพวกเขาไปหรือเปล่า ฉันคงเป็นครูที่ใช้ไม่ได้สินะ ที่ไม่สามารถทำให้พวกเขาแยกแยะความดี ความชั่ว ออกจากกันได้

ครูรู้ว่าโลกนี้มันมีหลากสี และมีการเบลนด์ให้เกิดความกลมกลืม แต่อยากบอกว่าการ Blend ไม่ใช่การ Blind เพราะจิตสำนึกที่ไม่บกพร่องมันทำให้เรามีความสามารถในการแยกแยะได้ 

การที่ครูออกมาแสดงจุดยืนในเรื่องนี้ไม่ได้เกิดจากการเกลียดรัฐบาลหรือนิยมชมชอบฝ่ายค้าน ครูแค่คิดว่าไม่มีอะไรลบล้างความผิดได้ ผิดคือผิด ความดีไม่อาจลบล้างความเลว การทำความดีช่วยให้มนุษย์ทำสิ่งเลวน้อยลง แต่ความผิดนั้นก็ยังอยู่ติดตัวกับมนุษย์ไปจนตาย บางเรื่องแม้จะบอกใครไม่ได้แต่อย่างน้อยก็คงรู้สึก "ผิดในใจ" และความรู้สึกนั้นมันจะคงอยู่ตลอดไป

สุดท้าย ครูขอบคุณเด็ก---ที่กล้าแสดงออกและมีจุดยืนที่ชัดเจน (ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย) ขอบคุณเด็ก---ที่ไม่กล้าแสดงออกแต่ก็ยังมีจุดยืนที่ชัดเจนแบบเงียบๆ เพราะทุกคนไม่จำเป็นต้องเห็นเหมือนกัน และขอบคุณคำพูดที่ไร้สำนึกส่วนรวมของเด็กวรรณในวันนี้ที่ทำให้ครูได้สำนึกในหน้าที่ตัวเองว่า ครูควรทำสิ่งดีๆ ให้มากกว่านี้
 —  feeling Ghibli ก็ช่วยไม่ได้เหรอวะ.
 
 
/จบฉากที่ 1/
 
ขอโทษเถอะค่ะ ถ้าพวกเราแสดงจุดยืนออกไปว่ายืนฝั่งตรงข้าม จะไม่มากกว่านี้เร๊อะ 
แล้วพวกเราก็มีจุดยืน แต่แสดงออกแบบเงียบๆ เราไม่คุยเรื่องนี้กับคุณ คุณมาเหวี่ยงใส่แล้วหาว่าเราเป็นแบบนั้นไปซะแล้ว แล้วบอกว่ารู้สึกผิดตรงไหน ทำไมในช่องคอมเม้นท์ถึงได้มีการว่าต่อแบบสะใจ และรุนแรงขึ้นเรื่อยๆแบบนั้น (อ่านต่อไป จะรู้ค่ะ ว่ามันแรงขึ้นจริงๆ ไม่ได้มีเค้าของความรู้สึก "ผิดในใจ" ให้สลดเลย)
 
แล้วเป็นผู้ใหญ่แล้วทำไมไม่รู้จักจบจักพอ ในห้องก็โวยวาย เหวี่ยงไปแล้ว จะมาทำเป็นเหน็บแนมว่าในเฟซอีกทำไม
 
เราไม่เห็นด้วย รู้สึกชัดๆเลยว่าไม่เห็นด้วย กับไอ้การทำผิดให้เป็นถูกกลับขาวให้เป็นดำเนี่ย แต่ขอโทษเถอะ แค่ไม่ไปแสดงตัว ออกตัว เดินขบวนร่วมด้วยเนี่ย มันต้องมาว่ากันขนาดนี้เลยเหรอ 
 
มันมีวิธีที่คนเราจะแสดงความคิดเห็น แสดงจุดยืนอีกตั้งเยอะ 
รายชื่อก็ลงไปสิ แค่ไม่ไปเดินเนี่ยกลายเป็นนอกคอกเลยเร๊อะ เพื่อนๆเราไม่คุยกันเรื่องนี้เพราะปัญหามันจะมาไม่จบไม่สิ้นนี่แหละ นี่ขนาดออกตัวไปกลางๆ ยังมาซะขนาดนี้ จะเหวี่ยงไปไหน
 
แล้วยังมีต่อ 
เนื่องจากพอเป็นคนเป็นที่นับถือของเหล่าลูกศิษย์โพส มันก็ย่อมต้องมีคนเฮละโลมาว่าตาม โดยที่ไม่คิดพิจารณาเลยว่าคนโพสน่ะ โพสด้วยท่าทียังไง
ยัดความคิดมากไปไหม ได้รู้จักนักเรียนดีหรือเปล่า
 
(บอกไว้เลยว่าครูคนนี้ไม่ใช่ครูประเภททุ่มเทให้การสอน มาถึงก็พูดๆๆเร็วๆๆ เปิดสไลด์ ทำมาเยอะแต่ก็กดข้ามๆๆ จะจดก็ไม่ทัน อย่าว่าแต่จดเลย อ่านก็ไม่ทัน แถมเราเคยได้เป็นเด็กในกลุ่มที่ปรึกษา ไปหาทีไรก็มักจะโดนเหวี่ยงใส่ตลอด นัดหมาย ติดต่อนอกรอบไม่ค่อยได้ 
 
ครั้งหนึ่งเพื่อนมากันสี่คน รอคุยงาน พอคุยไปได้สองคน เวลาสักสิบเอ็ดโมง ครูก็ไปเดินตลาด หาซื้อของกิน เพื่อนอีกสองคนก็อดปรึกษางาน ทั้งที่มารอก่อนเวลาและนัดไว้แล้ว ช่วงหลังพักเที่ยงกลับมาก็ปรึกษาไม่ได้ เพราะกลายเป็นว่า ไม่ใช่เวลาที่นัดไว้ นัดไว้แค่ช่วงเช้า สรุปก็คือ ...เยอะ)
 
หลังจากมีคนมาเฮละโลคอมเม้นท์เข้าข้าง แสดงจุดยืนกันนั่นนี่
เมื่อครูตอบไป ก็ไม่วายจิกกัดและใช้คำที่แรงขึ้นเรื่อยๆ 
 
เช่น 
 
 
 
/ก็อปแปะ/
 
ที่น่าเศร้ากว่านั้นคือหวังพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ถ้าชีวิตนี้ยังพึ่งตัวเองไม่ได้ จะหวังให้ใครช่วยล่ะค่ะ แม้แต่เงาของสรรพสิ่งยังมีจุดยืน แต่แบบนี้คงเป็นเพียงซากชีวิตที่หายใจทิ้งไปวันๆ
 
/จบ 2/
 
 
อันนี้นี่แหละ!! ที่ทำให้เราโกรธมาก!!!!!

หวังพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้วไง คนอีกมากมายเขาก็อาศัยการอธิษฐาน ทำบุญไหว้พระ ขอให้ประเทศชาติร่มเย็นก็มีตั้งเยอะ มาเปรียบพวกเขาเป็นแค่ซากชีวิตเหรอ ทำตัวแรงมากไปมั้ง อย่างเช่นที่โบสถ์เราก็มีการอธิษฐานเผื่อประเทศไทยเสมอๆ พอมาโดนพูดแบบนี้แล้วอึ้งค่ะ!
 
อยากแสดงจุดยืน ก็แสดงไป ทำไมต้องมาเหวี่ยงใส่ ว่าคนอื่นมั่วซั่วแบบนี้ด้วย
แล้วตัวเองไม่หวังพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหรอ เชื่อว่าถ้ามีคนดูดวงแม่นๆมาดูให้ฟรีก็เอาเหมือนกัน
 
 
และพอมีคนมาว่าตาม และถามไถ่ห่วงใย
ก็มีข้อความตอบไปเช่นนี้
 
 
 
/ก็อป/
 
ขอบใจทุกคนที่มาเม้นต์ ครูไม่ได้หมดกำลังใจ แค่รู้สึกสมเพชเด็กรุ่นใหม่
ครูยังยิ้มได้ ร่าเริงแบบทุกวัน 5555
 
 
/จบก๊อป 3/
 
 
ใช่ค่ะ ยิ้มได้สิ ร่าเริงได้สิ ก็ได้แสดงออกแล้ว แล้วก็มีคนมาเข้าข้างตัวเองมากมายแล้วนี่
แต่คงไม่ได้คิดว่า เด็กคนที่โดนว่าน่ะ เขาจะรู้สึกยังไง ที่ทางเลือกและการแสดงจุดยืนที่เลือกจะอยู่สายกลางแบบนี้ ต้องมาโดนว่า ยำซะเละเสียๆหายๆ
 
และเราก็ผิดหวังกับคนที่มาเม้นท์มากๆ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใคร ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเหตุการณ์จริงเป็นยังไง
แค่คิด ทำ ไม่เหมือนกับตัวเอง ก็ว่าเลย
 
 
การที่คุณไปร่วมเดินขบวน ไม่ได้แปลว่าคุณมีสิทธิ์มาว่าคนอื่นที่ไม่ได้ไปว่าเป็นเศษซากชีวิตได้นะคะ
 
กรุณารู้สึกตัวไว้ด้วย
 
 
และเมื่อมีคนมาเม้นท์เรื่อยๆ พอดูคำตอบที่ตอบกลับไป มันก็ชักจะแรงมากขึ้นทุกที
 
ได้แก่
 
เมื่อมีคนมาชวนเข้ากลุ่มบำบัด แลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้กัน
ก็ได้คำตอบว่า
 
/ก็อป อะเกน/
 
จุดยืนของครูคือไม่ชอบสุงสิงกับใคร ไม่ชอบบำบัดเพราะมันดูอ่อนแอ ชอบกำจัดมากกว่านะ 555
 
/จบก็อป 4/
 
อื้มมมม กำจัดเลยเร๊อะะะ 
จะออกตัวแรงไปไหม
 
 
และเมื่อมีคนบอกว่า เจอคำพูดแนวๆนี้เหมือนกัน บอกว่าเลี้ยงลูกอยู่ที่บ้านดีกว่า
ก็ได้คำตอบว่า
 
/ก็อป 5/
 
 5555555 แชร์ไป อยู่ไกลยังรู้สึกได้ ดีกว่าพวกที่อยู่บนแผ่นดินไทยแต่ตายด้านว่ะ รักคนเห็นต่างเพราะมันทำให้เรารู้จักมองต่างมุม แต่ไอ้พวกบื้อใบ้เนี่ยมันอมเ...ยไรอยู่วะ 555
 
/จบก็อปสุดท้าย ณ ตอนนี้/
 
 
อมเ...ย   ...ขอโทษนะคะ รู้จักเด็กดีแล้วหรือเปล่าถึงได้ใช้คำพูดแบบนี้
นี่เอาแค่ความคิดตัวเองแล้วก็ใส่ๆๆๆ ใหญ่เลย ขอโทษเถอะนะ เจอประโยคนี้เข้าไปแล้วหมดความนับถือมากก
เอาจริงๆเหอะ ถ้าแสดงจุดยืนว่าต่างน่ะ โดนมากกว่านี้อีกเยอะ
 
เพราะมีการพูดด้วยว่า คนเราต้องเราต้องเลือกยืนข้างใดข้างหนึ่ง 'เลือกให้ถูกนะว่าจะยืนข้างไหน' 
 
...ถ้ายืนคนละข้างกันนี่ ตายยย
โดนอีกหลายยกแน่ๆ นี่ขนาดเรื่องตั้งแต่วันพฤหัสแล้วนะ เข้าวันเสาร์แล้วยังไม่เลิกเลย
 
คนเป็นผู้ใหญ่แล้วมันน่าจะรู้จักจบเรื่องได้แล้วนะ แต่คงเป็นเพราะเพื่อนเราที่โดนด่าไม่ได้ไปโพสตอบอะไร(เน็ทเจ๊ง รอซ่อม) แกก็เลยยังแรงอยู่ได้เรื่อยๆ ยิ่งมีคนมาหนุนหลัง
สงสารเพื่อนที่ต้องมาโดนแบบนี้ 
 
แม่เราบอกเลยว่า ข้าราชการต้องเป็นกลางทางการเมือง
 
เราเห็นด้วยกับแม่นะ อยากแสดงออกอะไร ก็ทำ แต่ต้องเป็นกลางเมื่อสอนเด็ก
ไม่ใช่เอาความคิดตัวเองยัดใส่เด็ก ใครคิดตามก็รัก ใครคิดต่างก็เมิน เขม่น
(เห็นรูปหนึ่งในทวิตเตอร์ที่เอาเด็กอนุบาลมาทำมือท่ากากบาทคัดค้านแล้วเราละเหี่ยใจมาก อย่าลากเด็กมายุ่งเถอะ ให้เขาได้ใช้สิทธิ์ของเขาเอง ไม่ใช่ครูไปจับยัดๆเอา)
 
สงสารเพื่อน สงสารเด็ก และสงสารประเทศไทย
 
 
เราคงจะเป็นแค่พลังเงียบๆนะ เลือกที่จะยืนตรงนี้ เพราะเราเรียนรู้มาแล้วว่าแรงไปมีแต่จะได้แรงกลับ บางคนอาจเถียงว่าไม่หรอก ไม่เสมอไป แต่สำหรับเรามันใช่ค่ะ และมันเป็นสิทธิ์ของเราที่จะเลือกยืนที่จุดนี้
 
เราส่งแรงใจ แรงอธิษฐาน และเห็นด้วยแค่ไม่ถึงขั้นแสดงออกรุนแรง บังคับใคร
และขอบอกแรงๆสักที
 
 
 
เราหวังพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และเราไม่ใช่ซากคนที่หายใจทิ้งไปวันๆ
 
 
 
 
อย่าดูถูกกันเลยนะคะ พระคัมภีร์บอกไว้แล้วว่าคนที่ดูถูกประวิญญาณบริสุทธิ์จะเป็นยังไง เราเชื่อไม่เหมือนใครอีกหลายคน หลายเรื่องหลายความเชื่อเราอาจจะไม่เข้าใจ แต่ก็ไม่เคยดูถูก ไม่ว่าอย่างไหนนะ
 
 
 
 
สุดท้ายนี้ ขอให้เอนทรี่ย์นี้ไม่โดนอุ้มค่ะ
และเป็นกำลังใจให้คนที่ทำดีทุกคน ขอบคุณคนที่แสดงจุดยืนแต่ไม่ก้าวก่ายและต่อว่าคนอื่นนะคะ
 

Comment

Comment:

Tweet