เอนทรี่ย์นี้เป็นไดอารี่ล้วนๆค่ะ เป็นเรื่องเกี่ยวกับคนที่ทำให้เราเสียใจ เสียความรู้สึก เสียความเป็นตัวของตัวเอง แล้วก็เสียดายช่วงเวลาในชีวิตเรามากที่สุดค่ะ
 
 
เริ่มแรก ตอนเราขึ้นปี 2 ใหม่ๆ เรานั่งอยู่ใต้ตึกคณะเพื่อนทุกเช้า คุยกัน เล่นกัน แล้วคนๆนั้นก็เป็นเพื่อนของเพื่อนเราอีกที เราไม่ได้คุยกันมาก แต่เวลามีงานอะไร ถ้าเขาขอความคิดเห็นหรือความช่วยเหลือ เราก็จะให้ความช่วยเหลือเขาอย่างดี 
 
เราคิดว่าเราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันในระดับหนึ่งค่ะ 
 
หลังจากนั้น เราก็เริ่มคุยกันผ่านเฟซ แล้วก็ย้ายมา MSN แล้วสุดท้ายก็สไกป์ เราเล่นเกมออนไลน์ด้วยกัน คุยกันบ่อยขึ้น มากขึ้น ตอนที่มีน้ำท่วมใหญ่ เขาก็ยังมาชวนเราไปตัดทรายด้วยกันกับเพื่อนๆอีกสองคนอยู่เลย
 
และเราก็ไปซื้อของกับกลุ่มพี่ๆที่สำเพ็งด้วยกัน เขาช่วยเดินเลือกของ ช่วยถือของ ถึงจะเงียบๆ แต่ก็เป็นเพื่อนที่ดีมากๆคนหนึ่ง 
 
จนเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2011 เขาก็ถามเราว่า "คบกับเราได้ไหม"
ซึ่งแน่นอนว่า เราตกลงค่ะ 
 
เป็นครั้งแรกในชีวิตที่มีคนมาบอกชอบ ดีใจมากๆเลย เขิน ทำอะไรไม่ถูก อาบม้วนต้วนไปเลยเหมือนกัน และหลังจากนั้น ชีวิตของเรา ก็มีความสุขมาก :))
 
 
 
 
 
 
--- ช่วงโปรโมชั่น ----
 
- เขาคอยไปรับไปส่ง ทำอะไรให้เราหลายอย่าง เราชวนไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนๆเรา เขาก็ดูเข้ากันได้ มีความสุขดี
 
- เป็นครั้งแรกที่มีคนวาดรูปคู่เป็นของขวัญให้ เราเอามาใช้เป็นดิสเพลย์ในสไกป์อยู่นานเลยทีเดียว หลังจากนั้นก็เก็บเข้าแฟ้ม โหลดลงHDD เก็บไว้อย่างดี
 
- ตอนเราจะไปทัศนศึกษา เขาก็อุตส่าห์ออกจากบ้านมาส่ง ทั้งที่วันนั้นไม่มีเรียน ฝนตกหนังก็กางร่มให้ จนตัวเองเปียกไปหมด เราดีใจจนน้ำตาไหล ขอบคุณเขามากจริงๆ
 
- ตอนเรางอน เขาก็พูดจากับเราดีๆ พยายามง้อเรา จับมือ จูงมือเราเดินตลอดจนเราเขิน แล้วสุดท้ายก็เลิกงอนไปเอง
 
- เขาช่วยลงโปรแกรมคอมพ์ให้ตอนมันรวน (เราใช้วินโดวส์ปลอมค่ะ ลงตามร้านทั่วๆไป แต่มาพักหลังๆก็ให้เขาช่วยลงให้แทน) ช่วยดูและให้คำแนะนำเกี่ยวกับพวกอิเล็กทรอนิกส์ที่เราไม่เก่งมากๆ
 
- เขาช่วยเราหลายอย่าง สอนอะไรเรามากมาย ขอบคุณมากๆเลย 
 
 
 
--- ลางร้ายเริ่มปรากฏ ---
 
- เขามักบอกให้เราเปลี่ยนนู่นเปลี่ยนนี่ บอกว่า เราเสียงดังไป อยากให้เงียบๆหน่อย เราอยู่ไม่สุข อยากให้นิ่งๆกว่านี้ เราอ้วนไป อยากให้ลดน้ำหนัก เราย้อมสีผม เขาไม่ชอบผู้หญิงที่ย้อมผมและแต่งหน้าเลย
ตอนที่่อยู่กับเขา เราไม่สวยเอามากๆด้วยค่ะ เรียกว่าโทรมเลย ผิวเสีย กระขึ้นเต็ม เขาบอกว่า จะสวยไปทำไม จะให้ใครดูเหรอ (เพราะเขาบอกแล้วว่าเขาไม่ชอบผู้หญิงแต่งหน้า..)
 
- บ้านเรากับเขาไกลกันมาก แต่เขาก็อยากจะมาส่งเรา เราก็เกรงใจ เลยต้องรีบกลับบ้านไวๆเขาจะได้ไม่กลับถึงบ้านดึก ผลก็คือเราขาดการติดต่อกับเพื่อน เราโดดเดี่ยว เรามีเขาคนเดียว เราแทบไม่ได้ไปไหนมาไหนเฮฮากับเพื่อนเหมือนเดิม
 
- เวลาที่ทะเลาะกัน เขาเริ่มพูดกับเราด้วยถ้อยคำแรงๆ อย่างเช่น ถ้าคุณรับไม่ได้ ก็ไม่ต้องทนคับ หรือไม่ก็ ถ้าทนไม่ได้ ก็เลิกไปคับ ผมไม่ได้ขอให้คุณทน
 
- เราเปลี่ยนทุกอย่างเพื่อเขาจนเราทำไม่ไหว เราอยากให้เขารักเราแบบที่เป็นเราจริงๆ เขาเลยถือว่า ต่อแต่นี้ไป มีอะไรไม่พอใจจะไม่พูด ไม่บอก ถือว่าทนเอา ถ้าทนไม่ได้ก็เลิกกันไปซะดีกว่า
 
- เขาไม่เปลี่ยนอะไรเข้าหาเราเลย และเราก็ไม่เคยขอให้เขาเปลียนอะไรให้เรามากเลย แค่ขอให้เขายอมรับเรา รักเราแบบที่เราเป็นตั้งแต่แรกเท่านั้นเอง
 
- เขาเริ่มหันกลับไปสนใจแต่งานและคุยกับเราน้อยลง และพอเราคิดถึง อยากคุยด้วย เขาก็เริ่มว่าเราน่ารำคาญ ทั้งๆที่เราก็แค่อยากคุยกับเขาเหมือนเดิม
 
 
 
--- หมดรัก หมดใจ ---
 
- เวลาที่ทะเลาะกัน เขาไล่เราให้เลิกบ่อยขึ้น แต่เราก็ยังรัก ยังยื้อ ยังโง่ยอมทำตามใจเขาทุกอย่าง ถ้าไม่ชอบอะไรที่เราเป็น เราจะเปลี่ยนให้ อยากให้เราทำอะไร เราจะทำให้ อยากเป็นคนที่อยู่เคียงข้งเธอ คอยดูแลเธอตลอดไป
 
- เขาบอกว่า "ผมต้องการผู้หญิงที่คอยสนับสนุนผมและทำให้ผมไปถึงเป้าหมายได้ ถึงผู้หญิงคนนั้นจะเป็นตัวถ่วง แต่ถ้าเขาทำให้ผมได้ ผมก็ควรที่จะดูแลเขา และจะดูแลอย่างดีด้วย" 
 
- "ผมพูดคำไหนคือคำนั้น ไม่ต้องพูด ไม่ต้องเถียง!" เขาโมโหเราบ่อยขึ้น แม้เราจะยังไม่ได้ทำอะไรรบกวนเลย "ถ้าจะขอโทษ ก็ขอโทษคำเดียวสั้นๆ ไม่ต้องมีต่อ มันยิ่งรู้สึกแย่!" ตอนเราขอโทษ เรามักบอกว่า ขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้....บลาๆ... และเขามักจะคิดว่าเราขอโทษแบบไม่จริงใจ และแก้ตัว ทั้งที่ความจริงเรากำลังเสียใจและรู้สึกผิดมาก
 
- เขาโกรธเราบ่อยขึ้น มากขึ้น และคุยกับเราน้อยลง เราต้องไม่รบกวนเวลาเขาต้องการทำงาน เขาอยากใส่ใจกับงานเท่านั้น เวลาที่เขาว่างอยากคุย เขาจะทักมาหา แต่ระหว่างนั้นห้ามมากวนใจเขา
 
- เราทำได้แค่รอ รอว่าเมื่อไหร่เขาจะมา และถ้าตอนที่เขามา เราไม่ได้อยู่รอตอบ เขาก็จะโกรธเราอีก...
 
- เราซื้อมือถือใหม่จากงาน Mobile Expo ลูกค้าเยอะมากซะจนเขาดูแลบริการไม่ทั่งถึง เรามีปัญหาเรื่องกระแสไฟในเครื่อง (สาเหตุมาจากรุ่น Andriod โบราณจนไม่เสกียรกับสมรรถนะของเครื่อง) ตอนนั้นเราพยายามแก้ปัญหาเองทุกอย่าง ปิดเครื่อง รีใหม่ ตั้งค่าจากโรงงาน โทรไปถามศูนย์บริการ ทำทุกอย่าง
สุดท้าย เราก็ขอความช่วยเหลือจากเขา แต่กลับได้เพียงแค่ รีเครื่องใหม่สิ ลบข้อมูลแล้วลงแอพฯใหม่สิ ไม่ก็ โทรไปถามเขาแล้วทำตามสิ 
เราเสียใจและท้อ เรื่องเทคโนโลยีพังเป็นเรื่องใหม่สำหรับเรามาก เลยเสียใจ เราโวยวาย ว่าว่าทำไมไม่ใส่ใจเราเลย ทำไมให้แต่คำแนะนำที่เหมือนผ่านๆแบบนี้ ...เราร้องไห้
เขาโมโหและว่ากลับมาว่า ถ้าคำพูดของผมไม่จำเป็นสำหรับคุณ งั้นคุณก็คงไม่จำเป็นต้องมีผมอยู่ข้างๆอีกต่อไปแล้วล่ะ และนี่คือคำที่เขาบอกเลิกเราครั้งแรงๆ "ผมจะช่วยคุณ ในฐานะคนรักของคุณเป็นครั้งสุดท้าย"
เขาไปศูนย์ซ่อมมือถือกับเราด้วย... เขากลับ เรานั่งร้องไห้ และพยายามปรับความเข้าใจกับเขาอยู่นาน เรายอมทำทุกอย่างให้เขาให้โอกาสเราได้พยายามอีกครั้ง
 
- เราพยายามเป็นผู้หญิงแบบที่เขาจะรัก แต่เขาก็ยังหาข้อเสียของเรามาว่าได้เรือยๆ เราเปลี่ยนนั่นเปลี่ยนนี่มากมาย จนสุดท้าย เราอยู่แบบไม่มีความสุขเลย เราไม่ใช่ตัวของตัวเอง และเราก็ได้แต่เฝ้ารอความรักลมๆแล้งๆจากเขา
เราเสียดายช่วงเวลาดีๆก่อนหน้านั้น และเรารักเขามาก เขาเป็นคนรักคนแรกและเราก็อยากให้เป็นคนสุดท้าย... เราถึงได้ยอม และพยายามมากที่สุด
แต่สุดท้าย... เราก็เลิกกัน
 
 
 
 
--- คำบอกเลิกที่ร้าวราน ---
 
อย่างที่บอกไปว่าเราเป็นเพื่อนเขามาก่อน ร่วมปี สนิทกันและไปไหนมาไหนด้วยกัน เพื่อนๆที่นั่งเล่นด้วยกันปั่นงานด้วยกันตอนเช้า ทุกคนรู้หมดว่าเราเป็นคริสเตียน ตอนนั้นอาจจะรู้ไม่ครบ แต่ผ่านมาถึงตอนนี้ก็รู้กันครบแล้วล่ะ 
เขากับเพื่อนๆเองก็เคยแซวเราตอนเล่นเกมทายไพ่ได้การ์ดพาราดิน ขุนพลสวรรค์ ซึ่งเขาก็บอกว่า สมกับที่เป็นคริสเตียนจริงๆ 
 
แต่นี้ คือคำบอกเลิก... ที่เราไม่สามารถเปลี่ยนตัวเองเพื่อเขาได้... ไม่มีวัน
 
 
"เพราะเราสองคนเชื่อไม่เหมือนกัน เราเลยคิดไม่เหมือนกัน และผมทนอยู่กับคนที่มีความคิดแตกต่างจากผมขนาดนี้ไม่ได้ ผมรู้ครับว่าคุณพยายามปรับตัว เปลี่ยนแปลงตัวเองอยู่ ผมเห็นแล้ว แต่ต่อใหคุณเปลี่ยนยังไง คุณก็ยังไม่ใช่ผู้หญิงแบบที่ผมคิดว่า ผมจะอยู่ด้วยในอนาคตได้อยู่ดี"
 
 
มีแค่น้ำตาที่ไหลลงมา...
หัวใจของเรา ไม่เหลือน้ำตาให้ร้องไห้อีก...
 
เรารู้ค่ะ ว่าเขาเป็นพุทธที่เคร่งมาก แต่ก่อนหน้านี้เขาก็รู้อยู่แล้ว ทำไมถึงยังทำดี ยังรักเราได้
และมันตั้งแต่ตอนไหน ที่เรื่องศาสนา มาเป็นอุปสรรคระหว่างเรา
เรารักเขา เราพยายามเข้าใจเขา ถึงเราไม่ได้เชื่อแบบเขาเลยแต่เราก็ไม่ขัด เรารับฟังได้อยู่แล้ว แต่เขา... กลับไม่เคยเชื่อ ไม่เคยรับฟัง ไม่เคย... ยอมเข้าใจ ความเชื่อเกี่ยวกับพระเจ้าอันยิ่งใหญ่ของเราสักนิด
 
เราเสียใจ... ครั้งหนึ่่งที่เขาทะเลาะกับแม่ของเขา แม่เขาด่าถึงเราว่า "ไปคบกับผู้หญิงอะไร บ้านอยู่ซะในหลืบขนาดนั้น ก็ต้องไปส่ง แล้วเนี่ย พ่อแม่ก็เป็นพุทธ ไม่ได้เป็นคริสต์สักหน่อย ไปนับถือเองได้ไง" ประมาณนี้ ;; u ;;
ซึ่งเขาก็ไม่ได้อธิบาย ไม่ได้ช่วยห้ามเลย
 
ทั้งๆที่เรา เล่าให้ฟังก่อนหน้านี้แล้วว่า เราเชื่อ เพราะว่าเราเห็นจริง และเรามีญาติ เป็นลูกพ่อลูกน้อง เขามาเชื่อพระเจ้าก่อน แล้วหลังจากนั้นพระองค์จึงทรงเรียกเรามา
 
และบ้านของเรา เราอยู่มาตั้งแต่เด็ก เรากลับเองได้ ไม่ได้รบกวนให้มาส่งเลย ไม่ได้อยากให้ต้องกลับช้าไปอีกคนแล้วมีปัญหาแบบนี้ และที่สำคัญ... เราเลิกเกิดไม่ได้จริงๆ
 
แม่เราไม่เคยว่าเราแบบนี้เลย แม่เรายังถามเองด้วยซ้ำ ว่าวันอาทิตย์นี้ไปโบสถ์หรือเปล่า ตอนเช้าแม่จะได้ไปส่ง 
แม่เราไปส่งที่สถานีรถไฟใต้ดินทุกอาทิตย์ที่ท่านสะดวก
เรารักแม่มาก
ตอนเราเริ่มมีปัญหากับเขา เริ่มร้องไห้ให้เห็น ท่านสอนว่า 
 
"ความรักก็เหมือนรองเท้า ม่แค่คนใส่เท่านั้นที่จะรู้ว่ากัดไม่กัด"
 
แม่เรา เป็นแม่ที่ดีที่สุดในโลกจริงๆ ขอบคุณพระเจ้าที่ทรงเตรียมการคุณแม่ที่ดีขนาดนี้มาให้หนูค่ะ 
 
 
สุดท้าย ด้วยเหตุผลเรื่องศาสนา ทำให้เราต้องยอมเลิกกับเขาในที่สุด ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา เราพยายามยื้อ พยายามทำดี พยายามไม่ทำผิด พยายามแก้ตัว สุดท้าย มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย
 
 
 
 
 
--- สิ่งที่เราไม่สามารถเปลี่ยนได้เขาตลอดกาล ---
 
เป็นเรื่องที่เราก็สังเกตมาตั้งแต่เริ่มคบกันใหม่ๆแล้วล่ะค่ะ ว่าเขามีนิสัยที่ชอบดูถูกคนอื่น อย่างเช่นตอนทำรายงานกลุ่ม เขาไม่ค่อยยอมกระจายงานทุกอย่างให้เพื่อนทำ เพราะว่าเพื่อนทำออกมาได้ไม่ดีเท่ามาตรฐานของเขา ผลก็คือ เขาเหนื่อย เขาทำอยู่คนเดียว ในขณะที่เพื่อนๆเขาพร้อมจะช่วย แต่เขาก็ไม่ได้ให้โอกาสเพื่อนเลย เราอยู่กับพวกเพื่อนๆที่ทำงานกลุ่มเดียวกับเขาด้วยเพราะเราก็ไปช่วยค้นข้อมูลที่ห้องสมุด ทุกคนเฮฮา ช่วยกันทำงาน ดูดรรชนีคำกันไม่รู้เรื่องก็ยังพยายาม เราเรียนด้านวรรณกรรม เราก็ช่วยวิเคราะห์เนื้อความไป เขาก็นั่งทำงานหน้าดำคร่ำเครียดอยู่คนเดียว เราอยากเห็นเขามีความสุข...
 
งานครั้งนั้นเสร็จออกมา ได้แค่เกรด B+ เขาหงุดหงิดที่ไม่ได้ A เราก็ปลอบเขา ให้เขาบ่นมาจะได้ดีขึ้น เขาก็บ่นถึงเพื่อนๆที่ทำงานกลุ่มว่าไม่ดี โง้นงี้ เขาเหนื่อยอยู่คนเดียว
"พวกนั้นมันก็แค่ตัวถ่วง" แล้วก็บอกว่า คอยดูนะ งานหน้าผมจะทำงานออกมาแบบฆ่ามันให้ได้ (หมายถึงทำงานที่เยี่ยมมากๆ แล้วรายงานคนแรก คนต่อๆไปก็ไม่มีทางเหนือได้ คะแนนย่อมตกลงไปๆเรื่อยๆ เขาก็จะเป็นคนที่ได้คะแนนในชิ้นงานนั้นๆมากที่สุด)
เราช็อคที่เขาพูดแบบนั้น แต่ก็ยังรัก ยังหลงอยู่ พยายามพูดบอกเขาว่า 
 
"เพื่อนๆเขาก็ทำกันเต็มที่แล้ว แต่อาจจะยังไม่ได้เท่ามาตรฐานของเธอแค่นั้นเอง แต่ก็ลองให้เขาทำแล้วเธอค่อยมาเต็มเช็คทีหลัง ตามทำให้ได้เท่ามาตรฐานของเธอก็ได้นี่ จะได้ไม่ต้องเหนื่อยมาก ทำทุกอย่างคนเดียว"
 
แต่เขากลับบอกว่า.. "พูดเพื่อนอะไร" แล้วก็จ้องเราเขม็ง
 
"ก็แค่อยากให้อารมณ์ดีขึ้นเฉยๆ.."
 
"นอกจากพ่อแม่ผมแล้ว มีแค่ครูผมเท่านั้นที่จะสอนผมได้" เขาจ้องเราตาขวาง "คนอื่น... ไม่มีสิทธิ์มาสั่งสอนผม"
 
เราได้แต่เงียบ พูดได้คำเดียวเท่านั้นคือ ขอโทษค่ะ เพราะถ้าเราอธิบาย เขาก็จะด่าว่าเราเถียง แล้วก็ไม่หยุด ก่อนหน้านี้เวลาทะเลาะกันก็เป็นแบบนี้มาหลายครั้ง และเราก็ผิดตลอด
เราต้องยอมเสมอ... 
 
ครั้งที่สอง เขาได้ไปทำงานให้กับอาจารย์ที่คณะของเขาช่วงปิดเทอมสั้น ได้นั่งเครื่องบินไปทำหลายจังหวัด ไม่เสียเงินสักแดง เขาได้ไปทำงานในกลุ่มคนทำงานจริง พอจะเป็นที่รู้จักบ้าง เพราะว่าเขาฝีมือดี แค่พยายามนิดเดียวก็ได้แล้ว
 
ตอนที่เขาไปทำงาน เราไม่ได้คุยกันเลย เขาไม่ค่อยติดต่อมา เขาทุ่มเทให้งาน และเราก็ต้องไม่รบกวน
เราเหงามาก เราได้แต่นั่งเหงาอยู่คนเดียว...
 
ตอนที่กลับมา เขาพูดถึงเรื่องทำนองนี้อีกครั้งว่า "ผมรู้แล้วล่ะ พอได้ไปทำงานแบบจริงๆมา... เรียนจบไปน่ะ ก็ตัวใครตัวมัน พวกเพื่อนๆที่เรียนก็ไม่ค่อยสำคัญเท่าไหร่หรอก"
เราไม่ชอบความคิดแบบนั้น และพูดกับเขาดีๆว่า "แต่ความทรงจำ มิตรภาพในวัยเรียนมันก็ดีนะ ดูอย่างM อย่างL สิ พวกนั้นก็เป็นเพื่อนที่ดีออก" (ใช้นามสมมุติค่ะ"
เขา "สำหรับผม พวกเพื่อนก็เป็นแค่ตัวถ่วงเท่านั้นแหละ"
 
.
.
.
เราได้แต่อึ้ง และนี่เป็นครั้งสุดท้าย ที่ยืนยันว่า ตลอดเวลาสองปี (2011-2012) ที่คบกันมา เราเปลี่ยนแปลงเขาไม่ได้เลย
 
ครั้งสุดท้ายที่ทะเลาะกัน...
 
เรา "คนที่เห็นเพื่อนเป็นตัวถ่วงแบบเธอ ก็เห็นเราเป็นตัวถ่วงด้วยสินะ"
เขา "ใช่! คุณน่ะมันตัวถ่วง!"
 
เรานั่งร้องไห้อยู่หน้าจอเงียบๆคนเดียว ไม่อยากให้แม่ตื่น ไม่อยากให้ใครเห็นว่าเราร้องไห้ เรารักผู้ชายคนนี้มากไปแล้ว และเราก็ต้องสูญเสียอะไรหลายอย่างเพราะเขา
 
หัวใจของเรา ไม่มีวันเป็นเหมือนเดิมได้อีก...
 
 
 
 
--- ยังเป็นเพื่อนกันได้ใช่ไหม ---
 
- ตอนที่เขาเกลี้ยกล่อมให้เรายอมเลิก เขาบอกว่า ถึงเราจะเลิกกันไป แต่เราก็ยังเป็นเพื่อนกันได้นะ ผมพร้อมจะคอยช่วยเหลือคุณเสมอแค่คุณบอก
 
- เราให้เขาช่วยดูภาพวาดให้เราที เพราะเราวาดรูปไม่มีแนวเป็นของตัวเอง วาดรูปไม่สวยเลย
 
- เขาหาว่าเราเอาแต่บ่น ไม่เห็นพยายาม ไม่เอาจริงเอาจัง เราเลยวาดเยอะๆ แก้ตามที่บอก ส่งไปให้เขาดู ถามว่าโอเคไหม แต่เขากลับบอกมาว่า นี่คิดบ้างไหมว่ามันรบกวนผม มาเรียกให้ดูอยู่ได้ ...ไหนเธอเคยพูด ว่ามีอะไรก็จะช่วยไง ขอให้ช่วยดูแค่นี้เอง ทำไมกลายเป็นเรารบกวนไปได้ล่ะ
 
- เราบอกเขาว่า เห็นเขาว่าเราว่าไม่พยายาม ไม่เอาจริงเอาจัง เราเลยเอาจริงเอาจังให้เห็น ส่งภาพให้ดูอยู่นี่้ไง แต่เขากลับหาว่าเราแก้ตัว และไม่คิดว่ามันจะรบกวนเขาเลยสินะ
 
- เราบอกไปว่า เราขอโทษนะที่รบกวน เราไม่รู้จริงๆ แต่ก็แค่อยากโดนมองว่าไม่พยายาม เลยเอาจริงเอาจัง เลยส่งรูปไปให้ดูตามที่เธอบอกให้เราแก้ตลอด... เขาด่ากลับมาว่า ถ้าจะขอโทษ ก็พูดแค่ขอโทษอย่างเดียว อย่างอื่่นไม่ต้อง!
 
- เขาบอกว่า "ทำไมยิ่งแก้ยิ่งน่าเกลียด" และ "คนไม่มีเซ้นท์ จะวาดรูปให้เด่นให้ดังมันก็ยากล่ะ" ...นี่เหรอ คำพูดของคนที่ครั้งนึงเคยบอกว่ารักเรา...
 
- เขาพูดจาแย่ๆใส่เรา ดูถูกเราและครอบครัวเรา ตอนที่เราบอกว่า ไม่ได้เถียง เราแค่อธิบาย เขาบอกว่า "อธิบายบ้านแม่คุณหรอ" ...เราบอกไม่ถูกว่าตอนนั้นรู้สึกกับเขายังไง รู้แต่ว่า เรารักแม่เรามากที่สุด เขาไม่ควรพูดแบบนั้นเลย...
 
- คนเป็นเพื่อนกัน เขาไม่ทำอะไรไม่รักษาน้ำใจกันแบบนี้ เพื่อนเราคบมา 10 ปี (จะเกินแล้วด้วยค่ะ) สนิทกันยิ่งกว่าอะไร ยังไม่เคยพูดจาด่าถึงแม่เรา และไม่เคยบอก ว่ารูปวาดของเราน่าเกลียด หรือพูดจาดูถูกไม่ให้กำลังใจกันแบบนี้
 
- คนรักกัน หรือคนเป็นเพื่อนกัน มันก็ไม่ควรด่าถึงแม่กันทั้งนั้นแหละ
 
- เขาเริ่มพาลมาถึงเพื่อนของเรา เราชวนเขาไปเที่ยวสวนสนุกเพราะอยากให้หายเครียด เรายังหวังดีกับเขาอยู่ แต่เขากลับด่าเราทันทีที่แยกออกมาจากเพื่อน "ว่าทำอะไรข้ามหัวผมนะ" ที่ไปช่วยเพื่อนคนนึงที่ออกสาว ติดสายเอี้ยม ทั้งๆที่เราเดินแยกออกมาเพื่อนไปร้านขายยาเป็นเพื่อนเขา ตากละองงฝน เขาทำไมไม่คิดถึง...
 
- ตอนอยู่ที่สวนสนุก เขาไม่สบาย เราเลยปล่อยให้นอนพักแล้วไปถ่ายรูปรอ แล้วกำลังจะขึ้นเครื่องเล่นหวาดเสียวอันนึงก่อนค่อยกลับไปหาเขา เขาจะได้นอนพักนานๆ ก็เห็นเขาเดินมาแล้วด่าว่าไม่เจอใคร พอหลังจากนั้นเราเล่นเครื่องเล่นมากไป ไม่สบายบ้างเลยต้องนั่งพัก ปล่อยเพื่อนๆเล่นกันไป พอห่างจากเพื่อนมาเขาก็ด่าเราว่าเอาแต่ความสุขใส่ตัว ไม่สนใจกัน พอเราอธิบาย ก็หาว่าแก้ตัว...
 
- เขาบ่นใส่เพื่อนเราลับหลังส่าน่ารำคาญ เสียงดัง วุ่นวาย ทั้งๆที่พวกเราแค่อยากให้เขาสนุก ไม่เครียด อยากให้เป็นกันเองในกลุ่ม เป็นเพื่อนๆด้วยกัน
 
- เรารักเพื่อนเรา ไม่อยากให้เสียความรู้สึก ไม่อยากให้เสียใจ เราเลยไม่เคยบอกไปเลย... แต่ก็พยายามไม่ให้เขารำคาญมากนัก
 
- เราฝากเขาซื้อผ้าลูกไม้มาคิดตกแต่งสมุด และจะจ่ายเงินให้ แต่เขาไม่อยากรับเงินเรา แต่เราไม่อยากติดค้างเลยจะจ่าย เขาบอกว่า "ถ้าเงินที่คุณคิดค้างผมน่ะ คงเป็นพันแล้วล่ะ" พอถามๆไป เขาหมายถึงเงินค่าโทรศัพท์ที่เขาโทรหา ช่วงเวลาที่คบกัน
 
- แทบอยากจะโอนเงินทุกบาทในบัญชีที่มีอยู่คืนให้ เสียใจมากๆเลย... เขาไม่ค่อยเลี้ยงข้าว ไม่เคยชวนไปเที่ยว ดูหนัง ไม่ชวนก่อน พอเราชวนเขามักไม่ไป พอเราไปกับเพื่อน เขากลับมาว่ากระแนะกระแหน "ไม่มีผม อยู่กับเพื่อนคุณก็ดีมีความสุขดี" 
 
- ไปงานสัปดาห์หนังสือ นักเขียนวาดรูปให้เรา เราโพสขอบคุณลงเฟซ วันต่อมาก็มีโทรศัพท์มาด่า "ทำอะไรข้ามหัวผมนะ" แล้วก็ยาว เราพูด "ขอโทษค่ะๆ" นั่งร้องไห้อยู่อย่างนั้น
 
- เราจองที่นั่งกินข้าวไว้รอเขา แต่พอเขามา กลับมารอกินด้วยกัน... ดีที่มีรุ่นพี่มีนั่งด้วยทีหลังอีกคน ไม่อย่างนั้นเราคงต้องนั่นกินข้าวกับน้ำตาไปเงียบๆคนเดียว
 
- เรากินไอศครีมเดลี่ควีนเหมือนเดิมไม่ได้อีก หลังจากที่เขาเคยด่าเราขณะมาเดินห้าง กินไอติมกัน น้ำตาเราหยดลงไปในนั้น และเรารู้สึกว่ารสชาติมันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป การกินไอศครีมโอริโอ้เย็นๆสักถ้วย เป็นความสุขสำหรับเรา เรากินประจำเวลาที่ทำงานเสร็จมาเหนื่อยๆ ให้รางวัลตัวเอง... แต่ตอนนี้ เรากินมันด้วยความรู้สึกแบบเดิมไม่ได้อีก...
 
 
 
--- คำขอร้องครั้งสุดท้าย ---
 
- นี่คือคำขอร้องครั้งสุดท้าย ขอด้วยสัญญาของลูกผู้ชายได้ไหม
 
- เขาด่าว่า คุณยังจะกล้าขอคำสัญญาลูกผู้ชายจากผมด้วยเหรอ คนแบบคุณ แล้วนี่ถ้าคุณบอกให้ผมไปตายล่ะ ...เราเสียใจที่เขามองเราเป็นคนแบบนั้น แต่เราก็รับประกันว่าไม่มีอะไรถึงชีวิตหรือทำร้ายตัวเองแน่นอน สญญาได้ไหม แล้วเราจะไม่มาให้เห็นหน้าอีก
 
- ในที่สุด เขาก็สัญญา...
 
- "ขอให้ลบไฟล์ทุกอย่างในคอมพ์ที่เกี่ยวกับเราทิ้งให้หมด รูปถ่ายที่เคยไปเที่ยวด้วยกันมา ไฟล์ภาพ เสียง คำที่เราเคยส่งไปบอกรัก ขอให้ลบให้หมดทุกอย่าง"
 
- เขาลบให้ "งั้นก็ถือว่าคุณไม่เคยเจอผมก็แล้วกันคับ หมดธุระของผมแล้ว"
 
- เราบอกให้เขาแคปหน้าจอให้ เพราะนั้นเป็นสิ่งสุดท้ายที่เราจะเก็บไว้ก็พอ แต่เขาก็สนใจ ด่าเราว่าแค่นี้จะขอยังไม่เชื่อใจเขาอีก ด่าเสร็จก็หายไป ออกจากสไกป์ไปแล้วไม่เคยออนอีกเลย...
 
- เราถูกตัดขาดจากชีวิตเขาไปแล้ว
 
- เราอยากให้เขาลบ เพราะมันเป็นอดีตของ คนรัก ไม่ใช่ เพื่อน และมันคอยตามหลอกหลอนเรา เหมือนช่วงเวลาแห่งความฝันที่มีแต่ความสุข และเราไม่สามารถย้อนกลับไปได้อีก รูปที่เคยเดินจูงมือกับ จับมือกัน รัดแขนแน่นๆ มันไม่มีอีกต่อไปแล้ว...
 
- เขาลบแม้แต่รูปในเฟซ และไม่ใช้รูปแทนหน้าเฟซตัวเองอีก
 
 
 
 
--- เหลือเพียงความฝันและรอบน้ำตา ---
 
- เราหายจากเขาไปไม่กี่วัน รุ่นพี่ของเรา ที่ยังไม่รู้ว่าเราเลิกกัน ก็มาบอกว่า เห็นเขาเดินอยู่ในร้านหนังสือกับผู้หญิง ดูท่าทางก็รู้ว่ามาด้วยกัน แต่ตอนนันเขายังนึกว่าเราเป็นปฟนกันอยู่ก็เลยแต่แค่งงๆว่า แล้วเราไปไหน ทำไมให้แฟนมากับผู้หญิงอื่น แล้วผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร
 
- คือ เขาดูเลือกหนังสือด้วยกันใกล้ชิดสนิทสนมดี และที่สำคัญ เขาไม่ชอบเข้าร้านหนังสือ ตอนที่เราทำงานที่งานสัปดาหํหนังสือ เราพยายามชวนเขาหลายรอบ ให้เรามาดูโลกของเรา สังคมของเรา ว่างานเราเป็นยังไง แนวไหว จะได้เข้าใจเรา เข้าใจกัน ...แต่เขาก็ไม่มา
 
- เขาเคยบอกเราตอนไล่ให้เลิกว่า "คุณเลิกกับผมไป คุณก็มีเพื่อนที่ดี มีครอบครับที่ดีรออยู่ แต่ผมไม่มีใคร เลิกกับคุณไป ผมก็กลับไปอยู่คนเดียวเหมือนเดิม" มันทำให้เรารู้สึกผิด และเป็นห่วง จนเราไม่อยากเลิกกับเขา ถึงได้ยอมเปลี่ยนตัวเองทุกอย่างเพื่อเขาตลอดมา
 
- แต่มาตอนนี้ เราลองทักเขาไปใหม่ในเฟซ เราบอกว่าเราเป็นห่วง
 
- "ไม่ต้องเป็นห่วงผมหรอกคับ ผมไม่ได้อยู่คนเดียว" น้ำตาเราไหลอาบแก้ม มองหน้าจอคอมพ์ นี่คือความรู้สึกอยากรู้ แต่ไม่อยากถาม ไม่รู้จะพูดอะไรยังไงต่อไป
 
- เราบอกได้แค่ว่า เราขอโทษที่เคยทำไม่ดีใส่ แต่เราเป็นห่วงเขามากจริงๆ ขอคุย ขอถามทุกข์สุขเขาได้ไหม เขาบอกแค่ว่า ขอโทษไปผมก็ไม่หายโกรธ และอยากจะคิดถึงก็คิดถึงไป มันสื่อมาไม่ถึงแล้ว ไม่มีประโยชน์
 
- "คุณจะโกรธ จะเกลียดเราตลอดไปเลยหรือคะ" ไม่อยากให้คำตอบตรงกับที่ใจรู้ แต่มันก็เป็นแบบนั้นทุกที "ก็คงอย่างนั้นแหละคับ" เราไม่ใช่เพื่อนสำหรับเธออีกต่อไป
 
- คำสุดท้ายที่เราคุยกัน เราพยายามคุย ถาม ว่าเขาเป็นยังไงบ้าง แต่เขาก็ไม่ค่อยตอบ ตอบแบบไม่ค่อยสบอารมณ์ สุดท้ายก็จบลงด้วยคำนี้
 
- "พอละคับ ผมคุยกับคุณนานเกินไปละ ผมหมดธุระกับคุณแล้ว บายๆคับ"
 
 
 
--- ขอให้ฝันดี ---
 
เสียใจ จนน้ำตาไม่ไหลอีก บอกว่าพรุ่งนี้จะทักไป แต่เมื่อคุณไม่ตอบ ฉันก็คงจะต้องเสียใจอีก และคุณไม่อยากคุยกับฉันอีกต่อไปแล้ว คุณจะเกลียดฉันไปตลอดกาล...
ขอโทษนะคะ หวังว่าสักวันคุณจะหายเกลียดฉันแล้วทักฉันกลับมาบ้างนะ
 
ขอให้ฝันดีตลอดไปค่ะ 
 
บายๆ 
 
 
 
--- --- --- --- --- ---
 
 
 
คิดถึง คิดถึง คิดถึง 
คิดถึง ตอนนี้ อยู่ไหน
คิดถึง เรียกหา ร่ำไป
คิดถึง ห่วงใย แก้วตา
 
คิดถึง คิดถึง คิดถึง 
คำนึง นับวัน คอยหา
คิดถึง คนอยู่ ไกลตา
อยากให้ กลับมา ใกล้ใจ
 
คิดถึง คิดถึง คิดถึง
ไม่อาจ รำพึง ถึงได้
จำเก็บ รักนี้ ใส่ใจ
ไม่มี วันได้ ...รักกัน
 
 
CHO ;; _ ;;
 
 6/7/2013
 
 
 
 
ขอบคุณสำหรับช่วงเวลาดีๆที่เคยมีให้กัน
คุณทำให้ฉันเติบโตขึ้นมาก
แต่บาดแผลในใจฉัน มันคงไม่มีวันหาย
.
คนที่ฉันรักที่สุด
.
คือคนที่ทำร้ายฉันมากที่สุด
.
.
.
ฉันเสียใจ
 
 
 
 
ไม่ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร คุณคือคนที่ครั้งหนึ่ง ฉันเคยรักมากที่สุดเสมอ...
 

Comment

Comment:

Tweet

หาเหตุผลที่ดีกว่านี้ในการเลิกไม่ได้แล้วใช่มั้ย? คนอะไรน่าหงุดหงิดเป็นบ้า! แถมยังบอกเพื่อนเป็นตัวถ่วงอีก คนแบบนี้เห็นแก่ตัวชะมัดเลย!
แม่เราพ่อเราก็ไม่ใช่คริสต์ แต่พอเรานับถือคริสต์ แม่เราก็มักจะเข้ามาถามว่า วันนี้ขอบคุณพระเจ้าหรือยัง?
ถ้าคนที่คิดว่าความแตกต่างทางศาสนาทำให้เข้ากันไม่ได้ คนแบบนั้นก็คือคนที่ไม่ได้เข้าใจศาสนาของเราเลยแม้แต่น้อย
พระองค์คงรู้เรื่องนี้แล้ว และบังดาลให้ตัวเองเลิกกับแฟนเสีย เพราะคนที่ไม่ยอมรับพระเจ้าของเรา ไม่ใช่คนที่เราจะอยู่ด้วยทั้งชีวิตได้หรอก
อย่าเสียใจไปเลย นี่แค่ส่วนหนึ่งของการทดสอบจากพระองค์
ตัวเองผ่านการทดสอบนั้นไปได้แล้วนะ ตอนนี้เข้มแข็งไว้ เรื่องที่ผ่านมาอาจจะน่าเสียดายที่เราไม่ได้ทุ่มเทเวลาให้กับเพื่อน แต่ความเจ็บปวดจะทำให้เราเติบโตขึ้น เป็นเราที่เข้มแข็งขึ้นและเป็นเราที่ดีกว่าเดิม
เป็นกำลังใจให้นะ มีอะไรก็ปรึกษาเราได้นะจ๊ะ
ไม่มีใครรักเราเท่าครอบครัวและพระเจ้าของเราหรอก
สุดท้ายเราจะกลับไปอยู่กับพระองค์ ใครจะหัวเราะหรือคิดว่าบ้าก็เรื่องของเขา
เราจะเติบโตจากความเจ็บปวดนี้และเป็นเราที่ดีกว่าเดิม
เชื่อเถอะว่ามีคนเป็นห่วงเราอีกมากมาย เราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวนะ
สักวันจะมีคนที่รักเราในแบบของเรา เข้าใจเราและไม่พยายามเปลี่ยนแปลงเราเข้ามาในชีวิตของเรา
คนที่พระองค์ทรงเลือกให้...
เม้นต์ยาวไปและ ชักเลอะ 5555555555+ 
ยังไงก็เข้มแข็งนะจ๊ะ~ XD

#4 By NanNy-B on 2013-07-06 14:55

เติบโตและเข้มแข็ง
คุณแม่ จขบ ก็คงรักและเป็นห่วง จขบ มากนะครับ
confused smile confused smile confused smile

#3 By Nirankas on 2013-07-06 07:56

ไม่เป็นไรนะพู่ เราเข้าใจว่าคนๆนั้นคงสำคัญกับพู่มาก แต่เราขอให้พู่เข้มแข็งได้ในวันต่อๆมานะ เรื่องนี้จะกลายเป็นแค่บทเรียนและสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ขอให้พู่มีความสุขมากขึ้น เมื่อผ่านเรื่องนี้ไปได้นะ พยายามเข้านะพู่!

#2 By KillAel on 2013-07-06 06:30

ไม่เป็นไรนะพู่ เราเข้าใจว่าคนๆนั้นคงสำคัญกับพู่มาก แต่เราขอให้พู่เข้มแข็งได้ในวันต่อๆมานะ เรื่องนี้จะกลายเป็นแค่บทเรียนและสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ขอให้พู่มีความสุขมากขึ้น เมื่อผ่านเรื่องนี้ไปได้นะ พยายามเข้านะพู่!

#1 By KillAel on 2013-07-06 06:30